Web Analytics Made Easy - Statcounter

อสังหาเร่งยึดทำเลทองกลางเมือง-ริมน้ำผุดคอนโดหรูเจาะเศรษฐีไทย-ต่างชาติ

บิ๊กคอร์ปอสังหาฯ รับอานิสงส์รัฐบาลใหม่การเมืองเริ่มนิ่ง ชิงโอกาสเดินหน้าเปิดโครงการใหม่ “แลนด์แอนด์เฮ้าส์-แสนสิริ-เอพี-โนเบิล” เร่งสปีดผุดคอนโดหรูทำเลทองใจกลางเมือง ริมน้ำ รับดีมานด์เศรษฐีไทย-ต่างชาติ “จีน-รัสเซีย-เมียนมา” แห่ย้ายถิ่นฐานปักหลักเมืองไทย

ประเทศไทยภายใต้การขับเคลื่อนของรัฐบาลใหม่ในห้วงเวลานี้ส่งสัญญาณบวกต่อภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในการเดินหน้าแผนธุรกิจ เปิดโครงการใหม่ต่อเนื่องรับดีมานด์ลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะ “คอนโดมิเนียมหรู” ยังคงเป็นตลาดศักยภาพ ภายใต้ข้อจำกัด ที่ดินและทำเลหายากขึ้น

ปัจจุบันโครงการลักชัวรีในรูปแบบฟรีโฮลด์ราคาขายเฉลี่ยสูงกว่า 300,000 บาทต่อตารางเมตร ในย่านใจกลางเมือง ได้แก่ โซนวิทยุ โซนสุขุมวิท ส่วนโซนริมแม่น้ำเจ้าพระยา เติบโตเฉลี่ย 7.9% จากปี 2565 ขณะที่ซัพพลายของตลาดลักชัวรีเหลืออยู่เพียง 19% ส่วนหนึ่งมาจากที่ดินฟรีโฮลด์ในทำเลนี้หาได้ยากและราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นางสาวอาทิตยา เกษมลาวรรณ หัวหน้าแผนกซื้อขายโครงการที่พักอาศัย ซีบีอาร์อี ประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้ดีเวลลอปเปอร์ต่างมุ่งพัฒนาโครงการคอนโดใจกลางเมือง เพราะเป็นทำเลที่มีศักยภาพ จากปัจจัยแวดล้อม การเกิดขึ้นของอาคารสำนักงานเกรดเอ โครงการรีเทลใหม่ ทำให้เกิดดีมานด์ที่อยู่อาศัยตามมา

ประกอบกับราคาที่ดินแพงทำให้ต้องพัฒนาเป็นคอนโดระดับลักชัวรี ซึ่งมีดีมานด์ทั้งจากโลคัลและต่างชาติ หากพัฒนาโครงการบนทำเลที่ดี นับเป็นราคาที่คุ้มค่า ทำให้ขายได้ดี โดยระดับราคากลางเมืองมีตั้งแต่ 250,000 -300,000 บาทต่อตารางเมตร อย่างโครงการต้นสนวัน ขายได้ 80%

ปัจจุบันคอนโดกลางเมืองส่วนใหญ่เป็นแบบลีสโฮลด์ (Leasehold) ส่วนฟรีโฮลด์ ( Freehold ) หรือการซื้อขายขาดมีน้อย และช่วงโควิด-19 หรือ 3 ปีที่ผ่านมา แทบไม่มีการเปิดตัวคอนโดใจกลางเมือง รวมถึงทำเลริมน้ำ ทำให้ไม่มีซัพพลายใหม่มากนัก การเปิดตัวส่วนใหญ่ของคอนโดช่วงโควิดเน้นชานเมือง (Suburban) มากกว่า

“กลุ่มลูกค้ามีกำลังซื้อสูง กล่าวคือ มีวงเงินในการซื้อคอนโดระดับราคา 15-30 ล้านบาทขึ้นไปในทำเลใจกลางเมือง โดยเฉพาะย่านธุรกิจอย่างวิทยุ สีลม สาทร ลุมพินี สุขุมวิท ปทุมวัน และทำเลริมแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่ออยู่อาศัย"

ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมามีลูกค้าชาวเมียนมา สิงคโปร์ และไทยหลายรายเข้าทำสัญญาซื้อขายโครงการตั้งแต่ 5 ล้านบาท จนถึงมากกว่า 100 ล้านบาท เน้นคอนโดลักชัวรีขนาด 2 ห้องนอน ราคา 15-30 ล้านบาทบนทำเลลุมพินีและสุขุมวิท

ปรับพอร์ตกระจายฐานลูกค้าต่างชาติ

นายธงชัย บุศราพันธ์ รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สถานการณ์ตลาดอสังหาฯ ในช่วงครึ่งปีหลังมีสัญญาณเชิงบวกต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของตลาดทั้งในและต่างประเทศ แม้ว่าลูกค้าต่างชาติจากประเทศจีนยังเข้ามาไม่เต็มที่ก็ตาม

ทั้งนี้ บริษัทได้มีการปรับพอร์ตกระจายฐานลูกค้าต่างชาติให้มีความหลากหลายมากขึ้น เช่น ไต้หวัน สิงคโปร์ ฮ่องกง และเมียนมา เป็นต้น

“เวลานี้พฤติกรรมการซื้ออสังหาฯ ของลูกค้าชาวต่างชาติเปลี่ยนไป เน้นซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองมากขึ้น แต่ก็ยังมีกลุ่มลูกค้าที่ซื้อเพื่อลงทุนเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน”

ดังนั้นช่วงไตรมาส 4 นี้ บริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการ “เอ็มบาสซี่ ไวร์เลส” มูลค่าโครงการ 9,900 ล้านบาท บนถนนวิทยุ เป็นโครงการร่วมทุนกับพันธมิตร “ฮ่องกงแลนด์”

ลุยนิวคอนโดลักชัวรีทำเลศักยภาพ

นายองอาจ สุวรรณกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ครึ่งหลังปี 2566 แสนสิริมุ่งพัฒนา “New Luxury Condominium” บนทำเลศักยภาพที่มีดีมานด์รองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าระดับบน

“คอนโดลักชัวรียังมีซัพพลายน้อย ลูกค้าที่มีกำลังซื้อต้องการทำเลใจกลางกรุงเทพฯ อย่าง อารีย์ และ ราชเทวี ถือเป็นทำเลหาที่ดินยากมาก”

ล่าสุดบริษัทเตรียมที่เปิดตัวโครงการ “เวีย อารีย์” มูลค่า 2,300 ล้านบาท ที่มีเพียง 114 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 7.99 ล้านบาท นับเป็นการกลับมาในรอบ 11 ปี ของ "เวีย’ แบรนด์บูทีคคอนโดของแสนสิริ

นอกจากนี้เตรียมเปิดตัวโครงการ “ชูช์ ราชเทวี” มูลค่า 5,200 ล้านบาท คอนโดสไตล์ลอฟต์ เพดานสูง 4.5 เมตร เกือบ 100% ของทั้งโครงการ เจาะกลุ่มนักศึกษา บุคลากรทางการแพทย์ รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงกลุ่มรุ่นใหม่ ราคาเริ่มต้น 8.99 ล้านบาท เปิดขายเดือนต.ค.นี้

บทความ สาระน่ารู้ อื่นๆ